and then the story goes's Blog

Di da di…

Seared tuna with grilled avocado salad January 30, 2013

Filed under: Recipe Decoded — andthenthestorygoes @ 8:52 pm01
Tags: ,

image

This is an easy dish and it is very healthy…
Just season the tuna with salt and pepper and a bit of olive oil…grill to your liking…you can grill cut avocado together with the tuna.

Put grilled avocado, diced cucumber and tomato…on the plate then balsamic and virgin olive oil.
Before serving squeeze some lemon juice. ..yummmm….just had it tonight…

 

The best Dim sum at Fook Lam Moon January 29, 2013

Filed under: The tour of gluttony — andthenthestorygoes @ 8:52 am01
Tags: ,

20130121_110141-1

A 1 star by Michelin guide, this Dim sum place, Fook Lam Moon at 35-45 Johnston Road, Wanchai, Hong Kong. Please  call to reserve the table at (852) 2866-0663 otherwise you might not be able to eat there as you wish.

Having been claimed “A real Hong Kong Tycoon’s canteen” I can’t agree more… Once we reached there I saw all the luxury cars dropped off the passengers in tycoon stlye…real tycoon style. How exciting!!! And the first page of the menu which boasting about their Exclusive dried aged Abalone from Japan starts from HK$ 4,000 to 20,000 made me even more thrilled.

One thing, I can’t leave this post without talking about is the service there and especially the whole Hong Kong these days. They’ve changed…I don’t know why and since when… My last trip to Hong Kong was years back before the British returned the island to China. Now they smile and say Hello and say thank you for comming. Good change…. And this restaurant, I give 5 star for thier good service.

After went through the whole menu with excitement, we went on with our life by ordering this crispy chicken, we were told that it is a must to order.

20130121_121045 Nice crispy skin, juicy and tender birdie…

Ha-kao and Siew mai, they are a must to order when you go to dim sum place

20130121_12054120130121_121050

If you have dim sum in Thailand, automatically, you will be served with soya sauce but not in Hong Kong unless you ask for it. To me, to have on its own is very tasty and with soya sauce will spoil it, especially at this place.

20130121_121056

This is what I’d been looking forward to have…Steamed rice rolls with beef filling , can’t find it anywhere in Thailand, please tell me if you find out where… the other one is prawn filling, i find it not so exciting that much but the sauce is nice…

20130121_120526

Crispy roasted pigeon … no one liked it so, I had the whole bird by myself…Yumm

 20130121_120217Char siew and roasted pork … these two are both nice and tasty , the roasted pork is so crispy…that’s good enough for me

20130121_120536 Braised beef brisket …my all time favourite dish. The gravy is thick with nice aroma20130121_130046

The last one Beef Noodle with gravy, don’t ask me how to order this. You have to order in Cantonese otherwise you will get something else. I carry my phone with this photo and i will not get the wrong thing.

After this big feast at lunch, we walked back from Wanchai to IFC Mall…too full to get cramped in the MTR and we have another big dinner waiting for us in 4 hours later…at the Caprice…Four Seasons Hotel.

 

Mashed Potato มันบด January 28, 2013

Filed under: Chompoo is cooking ชมพู่ทำกับข้าว — andthenthestorygoes @ 8:52 am01

20120625_091657

เมื่อไม่นานมานี้เพื่อนเก่าถามว่าทำมันบดอย่างไร ก็เลยส่งรูปนี้ไปให้ แล้วยังไงไม่รู้ ได้ทำหรือไม่ อร่อยรึเปล่า หรือว่าไม่ได้เรื่อง

เอาเป็นว่ามันบดเนี่ยมันก็ไม่ใช่ของยากอะไรนัก แต่ที่เห็นว่าออกมาดีทุกครั้งก็เอาไปนึ่งมันจะแห้งกว่า หรือเอาไปต้มใส่น้ำใส่เกลือพอท่วมก็ได้พอสุกนิ่มดีแล้วก็เทน้ำออก

ใส่เนยลงไป ใช้ที่บดบดไปเรื่อยๆค่อยๆเติมนม ลงไป บดไปจนมันเนียน เติมเกลือพริกไทย

ที่นี้…ถ้าอยากจะพลิกแพลงใส่นู่นนี่นั่น ก็ใส่ไป เช่นว่ามันบดใส่วาซาบิ ให้ผสมวาซาบิเพ๊สในมายองเนสเสียก่อน แล้วไปกวนผสมในมันบด

หรือมันบดใส่ผักโขม ก็ควรจะเอาผักโขมเด็ดก้านเอาแต่ใบไปต้มเสียก่ิอน แล้วมาสับไม่ต้องละเอียดมาก ผัดกับกระเทียมสับใส่เนยลงไป ปรุงรส แล้วก็เอาไปคนผสมกับมันบดอีกที

ก็ลองทำกันดู ถ้าใครอื่นมีวิธีที่ดีๆช่วยแนะนำด้วยก็ได้นะคะ

 

BAA BAA Black Cafe, Maerim

20121122_112445ร้านนี้อยู่ในโรงแรมแม่ริมลากูน ถนนแม่ริม สะเมิงสายเก่า อำเภอแม่ริม ที่เชียงใหม่ ทางเข้าจะอยู่ก่อนร้านกาแฟวาวี ติตาแกเลอรี่ ตรงข้ามโรงแรมโฟร์ซีซั่น

ในตัวโรงแรมจะมีร้านชื่อครัวคุณยายใหญ่ เป็นอาหารไทย ซึ่งเจ้าของร้าน บอกว่าเป็นอาหารออกไปทางโบราณๆเช่นยำทวาย อะไรทำนองนั้น มีพายฮังเลซึ่งอร่อยและไม่เลี่ยน ฝากท้องได้อยู่ สามารถสั่งมาทานที่ร้านกาแฟได้

วันนี้จะอวดแซนวิชของร้านเค้า
อันนี้เป็นแซนวิชซีซ่าสลัดไก่20121122_112220น้ำสลัดซีซ่าที่ใส่มาทำได้อร่อยดี ขนมปังทำเอง ใหม่สดทุกวัน

20121122_112544ส่วนอันนี้เป็นมินิเบอร์เกอร์ เป็นเบอร์เกอร์เนื้อใส่เห็ด ใส่ชีสละลายเยิ้มมาเชีย และเฟร้นช์ฟรายส์แบบนี้ ชิ้นใหญ่ๆเต็มปากเต็มคำก็ไปกันได้ดีจริง กินอิ่มอย่างมหันต์ ไม่จุ๋มจิ๋มดั่งชื่อ

เราจะชอบไปนั่งที่ร้านนี้เพราะว่า เจ้าของร้านอัธยาศัยดีมาก กาแฟอร่อย คุ้กกี้เค้าก็อร่ิอย และไม่พลุกพล่าน ที่สำคัญเปิดเพลงไม่ดังจนเกินไป ผ่านไปผ่านมาก็ลองแวะดู มีอะไรให้ทานอีกแยะ

 

ติ่มซำอร่อยที่ Fook Lam Moon

20130121_110141-135-45 Johnston Road, Wanchai, Hongkong โทร: (852) 2866-0663 ต้องเขียนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ก่อน เพราะถ้าไม่จองไม่ได้ทาน

ร้านนี้คนฮ่องกงเรียกว่าเป็นHongkong Tycoon’s canteen ก็จริงอยู่ เพราะตอนไปยืนอยู่ข้างหน้าร้านมีรถBentley, Mercedes-Benz เป็นต้น มาจอดส่งเจ้านายที่เดินตัวตรงคอแข็งกันเข้าไปในร้านเป็นแถว ก็ตื่นตาตื่นใจดี

ร้านนี้เป็นร้านติ่มซำที่ดีและอร่อยที่สุดหรือไม่นั้น ก็สุดที่จะตอบคำถามนี้ได้ เพราะก่อนไปก็อ่านรีวิวมาเหมือนกัน ร้านนี้ได้ 1 ดาวจาก Michelin เราก็ไม่ใช่ว่าจะบ้ากินแต่คำแนะนำของ Michelin อย่างเดียว ศึกษาไว้เป็นตัวเลือกในการกินเท่านั้นเอง ของอย่างนี้ต้องลองด้วยตัวเอง แล้วตัวเราเองนั่นแหล่ะที่จะบอกได้ว่าอร่อยหรือไม่อร่อยที่สุดหรือไม่

ร้านFook Lam Moon นี้เน้นวัตถุดิบชั้นเลิศ ขอย้ำว่าชั้นเลิศแบบสุดๆ ยกตัวอย่างเช่น Yoshihama dried aged abalone จากญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้นจากน้ำหนัก 30 กรัมอยู่ที่ 4,000 เหรียญอ่องกง ไปจนถึง 20,000 เหรียญ หึ..หึ…เผอิญไม่ได้เป็นคนบ้ากินอะบาโลนเลยรอดตัวไป

วันนั้นไปถึงที่ร้านประมาณเที่ยงครึ่ง คนเยอะแยะใช้ได้ พอเข้าไปนั่งที่โต๊ะ พนักงานเสริฟยิ้มแย้มเข้ามาถามว่าจะดื่มชาอะไร อันนี้เดาออกอยู่ ก็เลยสั่งชาดอกมะลิไป ก็ตกใจในบริการของฮ่องกง ที่เปลี่ยนไปเยอะจากเมื่อก่อนมาก หลังจากครั้งสุดท้ายที่ไปฮ่องกง นั่นมันก่อนอังกฤษคืนเกาะให้กับจีนนู่น ตอนนั้นพนักงานแทบจะเหวี่ยงอาหารเฉี่ยวหัวมาจากในครัว หลบกันเอาเอง หลังจากได้เมนูมาก็อ่านเมนูกันไปด้วยความเพลิดเพลิน ส่งเสียงตระหนกตกใจในราคา เป็นครั้งคราวสลับกันไป เอาเถอะ ในที่สุดก็สรุปว่าอยากทานอะไรก็สั่งมายกเว้นอะบาโลนแห้งจากญี่ปุ่น

จานแรกที่สั่งมา ก็ไม่มีใครพลาด หมูย่างกับหมูกรอบ หมูกรอบ กร๊อบ กรอบ20130121_120217

20130121_121056ก๋วยเตี๋ยวหลอดเนื้อ ซึ่งหาทานยากที่เมืองไทย อันนี้ต้องสั่งและไม่ผิดหวัง อีกอันเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง วันนี้เฉยๆกับก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง อาจเป็นเพราะ เนื้อมากลบหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่น้ำที่ราดนี่หอมอร่อยสุดยอด

20130121_121050ขนมจีบกุ้ง ไม่ต้องพูดถึง ทานเปล่าๆไม่ต้องจิ้มอะไรใดใด

ที่นี่มีอาหารขึ้นชื่อที่ต้องสั่งคือ Crispy chicken หน้าตาเป็นดังนี้20130121_121045

ฮะเก๋านี้แป้งเหนียวนุ่ม ที่สำคัญเวลาคีบแล้วกุ้งไม่หลุดออกมาเหมือนที่เคยเจอที่เมืองไทย ข้าวห่อใบบัวก็หอม…อร่อยทุกคำที่คีบ20130121_120541

20130121_120526นกพิราบอบกรอบ ไม่มีใครกิน กินคนเดียว ดีจัง..

20130121_120536.อันนี้เด็ด ถ้าใครชอบเนื้อเปื่อย ก็อันนี้เลย น้ำข้นหอมเร้าใจ อันนี้อร่อยจริง ถ้าไปอย่าลืมสั่ง

จานสุดท้ายที่สั่งนี่ ต้องขอบอกว่าอิ่มแบบเดินไม่ไหวแล้ว แต่ก็ต้องสั่ง แล้วก็…มีลุ้น เพราะเคยสั่งก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเนื้อแล้วได้ ผัดซีอิ๊ว ไม่ผิดหวังอีกเช่นกัน เส้นหอม…น้ำที่ราดมาก็หอม เนื้อนุ่ม..อร่อยจริงๆ20130121_130046

อิ่ม…อร่อย..อย่างที่รอคอย ต้องเดินกลับโรงแรม เพราะอิ่มมาก..กก… มีโกรธนิดหน่อยว่า อย่าเดินเร็ว ก้าวขาแทบไม่ออก นี่ถ้าไม่เกรงใจ จะไปซื้อรถเข็นมานั่งให้รู้แล้วรู้รอดไป

 

Char Kwuayteow ก๋วยเตี๋ยวผัด January 27, 2013

Filed under: Recipe Decoded — andthenthestorygoes @ 8:52 am01
Tags: ,

20121219_124705-1 ก๋วยเตี๋ยวผัดจานเด็ดของปีนัง มันก็คล้ายๆกับผัดซีอิ๊วผสมกับผัดขนมผักกาดบ้านเรา แต่ทีเด็ดมันอยู่ที่เราต้องผัดด้วยน้ำมันหมู และต้องใส่ไข่เป็ด

พอดีเมื้อตะกี้รุ่นน้องโทรมาทวงเรื่องที่เราได้ชักชวนเขาและสามีและพี่สาวมาทานอาหารที่บ้าน ซึ่งก็ได้ผัดผ่อนกันมาหลายครั้งหลายครา ก็นึกถึงเมนูนี้ขึ้นมา ซึ่งก็น่าจะเหมาะสมกับอาหารกลางวัน

ก๋วยเตี๋ยวผัดหรือChar Kwuayteowนี่ สูตรดั้งเดิมเป็นอย่างไรไม่ทราบแน่ แต่สูตรที่ทำนี้ได้มาจากชาวปีนังแท้ๆ แล้วก็เอามาปรับตามวัตถุดิบที่มีในประเทศไทย จะพยายามเขียนตามขั้นตอนที่ทำ เผื่อใครสนใจจะไปลองทำดู จะได้ไม่พลาดพลั้งเยอะจนทานไม่ได้ เป็นการทำที่ไม่ยากแต่เสียเวลาในการเตรียมของและที่สำคัญคือต้องผัดทีละจาน อย่าผัดเยอะๆทีเดียว และเมื่อเริ่มทำให้ผัดเส้นเปล่าๆกับน้ำมันหมู แล้วทิ้งไป จึงค่อยเริ่มผัดของจริง

เริ่มต้นด้วยการเจียวกากหมูและเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันหมูสำหรับผัด

เลือกซื้อมันหมู ที่เขาเรียกว่ามันเปลว ไม่ต้องเอาหนัง หนังเมื่อทิ้งไว้ให้เย็น มันจะแข็ง ไม่อร่อย หั่นเป็นลูกเต๋าประมาณ 1 ข้อนิ้วก้อยคลุกด้วยเกลือ แล้วเอาลงไปใส่ในกระทะ ใช้ไฟอ่อนๆ ทิ้งไปซักพัก น้ำมันก็จะเริ่มออกมาจากมันหมูลูกเต๋า
20120810_120246นี่คือกากหมูที่ได้ เอาไว้ โรยหน้าก๋วยเตี๋ยวตอนจบ
และนี่คือน้ำมันที่ได้จากการเจียวมันหมู20120810_120223

ขั้นตอนต่อมาให้เตรียมพริกผัดกับน้ำมัน

ให้ใช้พริกป่นแบบละเอียด หรือถ้าไม่มีก็ใช้พริกป่นธรรมดานี่ก็ได้ เอาไปเจียวกับน้ำมันหมูให้ออกกลิ่นหอมฉุน20120810_120205

นอกนั้นก็จะเป็นของที่จะใช้ผัด

กุ้งแกะเปลือกผ่าหลัง20120810_120331

เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่20120810_120307

กุนเชียงหั่นเฉียงบางๆ20120810_120217

ถั่วงอกและใบกู่ไช่หั่นเป็นท่อนประมาณ 2 นิ้วแช่น้ำไว้20120810_120211

ที่เหลือก็เป็นกระเทียมสับ ไข่เป็ด ซีอิ๊วดำแบบไม่หวาน ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายและพริกไทยขาวป่น ที่ปีนังตามถนนที่อาแปะเขาผัดขายจะใส่หอยแครงลวกไปด้วย แต่เราไม่ใส่เพราะแถวนี้หายาก

มาถึงขั้นตอนการผัด

ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้กระทะเล็ก ใช้ไฟแรงปานกลาง ใส่น้ำมันหมูลงไป 1 ช้อนโต๊ะ เจียวกระเทียมสับและพริกที่เจียวไว้

ใส่กุ้งลงไป 2-3 ตัว ตามด้วยกุนเชียง ผัดไปพอกุ้งเริ่มเป็นสีแดงก็ใส่เครื่องปรุง ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายหน่อยนึง

แล้วเอาเส้นลงไปผัดสัก 1 หยิบมือ อย่าเยอะมาก ผัดให้เข้ากันแล้วใส่ไข่เป็ด 1 ลูก คลุกให้เข้ากัน แล้วใส่ถั่วงอกกับกู่ไช่ ผัดให้เข้ากัน

ตักใส่จาน โรยพริกไทยและกากหมู เสริฟได้เลย

 

Shogayaki ข้าวหน้าหมูซ๊อสขิง January 26, 2013

20121020_190433

เมื่อวันก่อนคนข้างๆบ่นอยากทานShogayaki ก็ไม่เคยทำและไม่เคยทานซะด้วย เลยเปิด Youtube ไปเจอ นี่เลย Cooking with the dog ในYoutube เขาออกเสียงดังนี้ “คุ๊ก-กิ้ง-วิท-เดอะ-ด๊อก-กึ” เป็นคนญี่ปุ่นแท้ ได้โปรดลองเข้าไปดู น่ารักมาก

เริ่มด้วย การแนะนำตัวมีคนภาคภาษาอังกฤษเป็นผู้ชาย และคนโชว์เป็นผู้หญิงญี่ปุ่นวัยกลางคนหนึ่งคน ยืนอยู่ข้างๆหมาพันธ์พูเดิ้ลสีเทานั่งเฉยเมยอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว เราก็เดาเอาว่า…นั่นแหล่ะมั๊ง คือที่มาของชื่อรายการ”คุ๊ก-กิ้ง-วิท-เดอะ-ด๊อก-กึ” และเค้าก็นั่งเฉยๆอยู่อย่างนั้น โดยไม่กระดุกกระดิก จนจบรายการ ไม่ทราบว่าเอามานั่งทำไม ไม่ได้ช่วยหยิบจับอะไรใดใดเลย มาเพื่อคอนเซ็ปในรายการอย่างเดียวจริงๆ

ในรายการของเค้ามีขั้นตอนมากมาย แต่ขอตัดตอนมาดังนี้

ก่อนอื่นให้หุงข้าวญี่ปุ่นรอไว้ ไม่ทราบว่าคนอื่นหุงอย่างไร แต่เราจะนำข้าวมาล้างให้สะอาด 3 ครั้ง โดยใส่น้ำลงไปในข้าวคนๆให้ทั่วแล้วเทน้ำออก ทำอย่างนี้ 3 ครั้ง แล้วเอาน้ำใส่ให้ท่วมข้าวแช่ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง พอจะหุงก็เทน้ำทิ้ง แล้วเติมน้ำสำหรับหุงตามแต่ญี่ห้อของหม้อหุงข้าวจะแนะไว้ ปกติที่ใส่น้ำก็จะเลยจากระดับของข้าวขึ้นมา 1 องคุลี แต่เดี๋ยวนี้ หม้อหุงข้าวจะมีระดับใส่น้ำอยู่ด้านใน หรือจะใช้วิธีวัดแบบโบร่ำโบราณก็ได้ ไม่ว่ากัน

เตรียมการสำหรับหมู

หมูสไลซ์(เราเลือกแบบติดมัน) 8 แผ่น(ใหญ่ประมาณฝ่ามือ)
แป้งอเนกประสงค์ All purpose flour โรยใส่จานแบนไว้ สำหรับโรยบนหมู
เกลือและพริกไทย

เตรียมการส่วนนี้ก่อน คือ เอาหมูทีละแผ่นไปแผ่ซับด้วยกระดาษทิชชูแล้วโรยเกลือ พริกไทยทั้งสองด้าน แล้วเอาไปวางไว้ในจานแป้งแล้วกลับด้าน ให้แป้งพอติดกับเนื้อหมูทั้งสองด้าน ทำอย่างนี้ไปจนครบ 8 แผ่น พักไว้

เตรียมการสำหรับผัก

งานนี้ใช้ฝักกระเจี๊ยบลวก จิ้มมายองเนส แพ็คหนึ่งมี10ฝักเห็นจะได้ เอามาล้างแล้วถูด้วยเกลือ แล้วนำไปลวก จัดใส่จาน

เตรียมการสำหรับเครื่องปรุง

สัดส่วนที่ใส่ จริงๆก็ไม่ต้องตามนี้ก็ได้ ชิมดูตามชอบ แต่เมื่อเริ่มทำครั้งแรกให้ใส่ตามนี้ก่อน

เหล้าสาเก 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
ขิงฝน ครึ่งช้อนโต๊ะ
กระเทียมฝน สองหัว
หัวไชเท้าฝน 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย ครึ่งช้อนชา
*ผสมทุกอย่างในถ้วย คนให้น้ำตาลละลาย

วิธีทำ

ในYoutubeเค้าใช้น้ำมันงาทอด ก็เลยใช้ตามนั้น

เทน้ำมันงาลงในกระทะสักสองช้อนโต๊ะ ทอดหมูก่อน พอหมูเริ่มๆจะสุก ก็เติมเครื่องปรุงที่ผสมใส่ถ้วยไว้ลงไป ลดไฟลงปล่อยให้อยู่ในความร้อนอ่อนๆไปซักพัก แล้วสังเกตุดูในการหดตัวของหมู ซึ่งจะเล็กลงไปประมาณ90%จากความดิบเมื่อเริ่มลงกระทะ ก็ปิดไฟ ตักมาราดข้าวญี่ปุ่นที่หุงรอไว้ ทานกับกระเจี๊ยบลวกจิ้มมายองเนส

เป็นอันเสร็จพิธีการทำ Shogayaki และขออวยพรให้ทำออกมาอร่อย ทุกครั้งไป…สาธุ

 

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.